ส่วนประกอบของปุ๋ย อินทรีย์ไซโต

วัตถุดิบทุกชนิดที่นำมาผลิตปุ๋ยไซโต เป็นวัตถุดิบที่เป็นปุ๋ยและเป็นอาหารของพืชทั้งสิ้น ไม่ใช่กากของเสียจากของเหลือใช้

ที่ไม่มีสารเติมเต็ม ทั้งเม็ดคือเนื้อปุ๋ย แม้แต่วัตถุดิบขึ้นเม็ดที่โรงงานปุ๋ยโดยทั่วไปมักใช้ดินธรรมดา แต่ปุ๋ยไซโตใช้ดินขี้กุ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้งที่ชาวบ้านมักนำมาใส่ต้นไม้แทนปุ๋ย เนื่องจากดินขี้กุ้งมี ซีโอไลท์ + หินภูเขาไฟ ที่เป็นอาหารของพืชโดยผ่านกรรมวิธีและตากแห้งแล้ว มาผสมผสานกับเทคโนโลยีจากธรรมชาติ และมีนักวิชการซึ่งเป็นประธานกลุ่มที่มีประสบการณ์ด้านนี้มากกว่า 20 ปี ดูแลควบคุมคุณภาพและควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน ปุ๋ยไซโตจึงเป็นปุ๋ยคุณภาพสูง ปริมาณการใช้เท่าปุ๋ยเคมี ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตรและเป็นปุ๋ยเพียงรายเดียวที่ได้รับเป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ปุ๋ยอินทรีย์ไซโต มีส่วนประกอบหลัก 8 ชนิด อาทิ 

1. มูลค้างคาว มีมูลค้างคาวอายุนับ100ปี เป็นสูตรผสม50% ซึ่งจะมีธาตุอาหารที่จำเป็น สำหับพืชครบทุกชนิดทั้ง

   ธาตุอาหารหลักอาหารรองและอาหารเสริมเช่น โบรอน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม

2. ฮอร์โมนไซโตไคนิน เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากธรรมชาติที่นำมาใช้กับพืชทุกชนิด เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดปริมาณ

    การใช้ปุ๋ย แก้ปัญหาหน้ายางตายนึ่ง ปาล์มลูกลีบ และยังทำให้ปาล์ม ผลดก ลูกโต ติดลูกตลอดปี ไม่ขาดคอ

  • ช่วยกระตุ้นให้เกิดหน่อและตาใหม่ที่แข็งแรง เช่น ยางเล็กจะแตกยอดต่อฉัตรตลอดปี ลำต้นอวบโต เห็นผลหลังจากใช้ปุ๋ยภายใน 15 วัน

  • เพิ่มกระบวนการสังเคราะห์แสง ลดปัญหาการพรางใบ ด้วยนวัตกรรมฮอร์โมนไซโตไคนิน เพิ่มการดูดซึมและสร้างสารอาหารได้ดีขึ้น ทำให้น้ำยางข้น หนักดี เปอร์เซ็นน้ำยางเพิ่ม 40-44% ปาล์มทะลายใหญ่ผลโต น้ำหนักต่อทะลายสูง

  • ยืดเวลาการติดดอก ทำให้มีโอกาสได้รับการผสมเกสรมากขึ้น ไม้ผลจึงผลดก

  • ป้องกันโรคใบหงิก รากเน่า ต้นเน่า เก็บเกี่ยวได้ยาวนานขึ้น เช่น พริก มะเขือ ถั่ว แตง บวบ ฯลฯ

  • ช่วยชะลอการแก่ของใบ ทำให้ยางผลัดใบช้าลง เพิ่มวัดกรีดได้มากขึ้น

 

3. สารคีเลต ทำหน้าที่ละลายธาตุอาหารที่มีอยู่ในดิน และที่ตกค้างในดินจากการใช้ปุ๋ยเคมีให้พืชนำกลับมาใช้ได้

    อย่างสมบูรณ์ ทำให้เพิ่มประสิทธิ์ภาพการใช้ปุ๋ยได้ 100%

  • ปรับสภาพโครงสร้างดินที่เสียจากการใช้ปุ๋ยเคมีและปลูกพืชซ้ำๆให้ดีดังเดิม

  • ทำหน้าที่ขนส่งปุ๋ยให้กับรากได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ปุ๋ยที่ละลายเร็วถูกจับส่งให้กับพืชอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียปุ๋ยจากการระเหิดระเหยไปในอากาศและตกค้างในดิน

  • ทำหน้าที่ละลายธาตุอาหารรองและอาหารเสริม เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โบรอน ฯลฯ ที่มีอยู่ในดินและในปุ๋ยไซโตให้พืชสามารถนำมาใช้ โดยไม่ต้องใส่ธาตุอาหารรองเพิ่มให้สิ้นเปลืองเวลาและต้นทุนการใช้ปุ๋ย

 

4.จุลินทรีย์ ใช้ EM จากประเทศญี่ปุ่น ทำหน้าที่ ตรึงธาตุอาหารหลัก คือ

  • ไรโซเบี่ยม แฟรงเคีย ทำหน้าที่ตรึงไนโตรเจนในอากาศและปลดปล่อยในรูปไนเตรต เพื่อให้พืชนำไปใช้ในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ไมโคไรซ่า (ที่อาศัยอยู่กับรากพืช) จะผลิตกรดออกมาละลายฟอสฟอรัสที่ทำให้พืชสามารถนำไปใช้ได้ดีขึ้นเนื่องจากฟอสฟอรัส เป็นธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการมากแต่เป็นธาตุที่ละลายน้ำได้ไม่ดีและเคลื่อนที่ในดินได้น้อยมาก พืชที่มีระบบรากไม่ได้มักได้รับธาตุอาหารนี้ไม่เพียงพอ

  • บาซิลัส ทำหน้าที่ตรึงโพแทสเซียม(k) โดยปล่อยกรดอ่อนๆมาสลายธาตุโปแทศเซียม เพื่อให้โปแทสเซียมสามารถเคลื่อนที่ได้ดีขึ้นและรากพืชสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ดีขึ้น

8.jpg
7.jpg